เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 31 พฤษภาคม 2026.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,492
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,147
    ค่าพลัง:
    +26,939
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,492
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,147
    ค่าพลัง:
    +26,939
    วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๓๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เป็นวันวิสาขบูชา ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ กระผม/อาตมภาพนำผู้บวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ รุ่นที่ ๓/๒๕๖๙ เจริญกรรมฐานตั้งแต่ตี ๓ ครึ่ง

    เมื่อทำวัตรเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ไปรับประทานอาหารที่โรงครัว จากนั้นก็มาเตรียมปัจจัย เพื่อที่จะมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนทั้ง ๓๔ โรงเรียนในเขตอำเภอทองผาภูมิ ซึ่งบรรดานักเรียนทั้งหลายนั้น ปีนี้แห่กันมาตั้งแต่เช้า เนื่องเพราะรู้แล้วว่า กระผม/อาตมภาพมอบทุนการศึกษาให้ตั้งแต่ ๖ โมงครึ่ง ใครมาเร็วก็ได้กลับบ้านก่อน..!

    เพียงแต่ว่าเด็กรุ่นนี้ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นเด็กต่างด้าว แล้วฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่อง ?! หรือว่าเป็นบุคคลที่ "มึน" เป็นปกติ เพราะว่าพูดอะไรไปก็ทำท่าเหมือนกับจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขนาดส่งซองใส่เงินให้ยังทำท่าเหมือนไม่รู้ว่าควรจะรับอย่างไรดี ? โดยเฉพาะเป็นเด็ก ๆ ชั้นประถม ชั้นมัธยม ควรที่จะมีความคล่องตัวรวดเร็ว แต่ปรากฏว่า "ไม่ทันกิน" คนแก่อย่างกระผม/อาตมภาพ..!

    ส่งซองให้คนที่ ๑ ส่งคนที่ ๒ ที่ ๓ ไปแล้ว คนที่ ๑ รับซองไม่ทันทำตกลงพื้น..! กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่บ่นว่า"อีหยังวะ ?" อยู่ในใจ ทำไมเด็กรุ่นนี้สมรรถภาพถึงเสื่อมได้ขนาดนี้ ? ถ้าหากว่าสมัยวัยรุ่น กระผม/อาตมภาพคงแซงเจ้าพวกนี้ไปหลายร้อยกิโลเมตร..! และโดยเฉพาะจิตใจที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เนื่องเพราะว่าแจกทุนการศึกษาอยู่ตรงหน้า แต่ไม่ทราบเหมือนกันว่าจิตใจเหม่อลอยไปอยู่ที่ไหน ส่งเงินให้ไปถึงตรงหน้า ยังตั้งหลักรับไม่ทัน..!

    โดยเฉพาะเมื่อมาจัดแถวเพื่อถ่ายรูป ก็ไม่รู้ว่าตัวเองควรที่จะอยู่ตรงไหน ? โดยเฉพาะตรงจุดนี้ แม้แต่เลขานุการวัดท่าขนุนเอง ก็ยังอยู่ในลักษณะ "เอ๋อ" ตามเด็กไปด้วย ก็คือเมื่อมองไปยังกลุ่มเด็กแล้ว ไม่รู้ว่าควรจะให้คนไหนอยู่ตรงไหน ทั้ง ๆ ที่กระผม/อาตมภาพแค่ปรายตามองก็รู้แล้วว่าจะจัดให้คนไหนอยู่ตรงไหน จึงทำให้การแจกทุนการศึกษาโรงเรียนหนึ่งควรจะใช้เวลาสัก ๔ นาที ก็กลายเป็น ๕ - ๖ นาทีไปโดยอัตโนมัติ..!

    เพียงแต่ว่าเด็ก ๆ ทั้งหลายมากันได้รวดเร็วน่าชื่นใจมาก จึงทำให้งานทุกอย่างเสร็จสิ้นลงภายในเวลาชั่วโมงกับนิดหน่อยเท่านั้น แต่กระผม/อาตมภาพเองนั้น เหงื่อเปียกตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเลยทีเดียว..! เนื่องเพราะว่าเด็ก ๆ อัดกันอยู่เป็นจำนวนมาก แถมตัวเองยังต้องเดินส่งทุนการศึกษาให้กับเด็กทั้งหมด เนื่องเพราะว่าถ้าให้เขาเดินมารับเองแล้วจะช้ามาก จึงให้นั่งอยู่กับที่แล้ว
    กระผม/อาตมภาพเป็นคนเดินไปส่งให้ เมื่อรับแล้วค่อยให้ไปตั้งแถวเพื่อรอถ่ายรูปหมู่ด้วยกัน กระนั้นก็ยังช้าอยู่ได้ เนื่องเพราะว่าแต่ละคนไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอย่างไร ?!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,492
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,147
    ค่าพลัง:
    +26,939
    โดยเฉพาะบอกให้นั่งพับเพียบก็นั่งขัดสมาธิ บอกให้นั่งพับเพียบก็นั่งคุกเข่า เหล่านี้เป็นต้น ได้แต่ยกประโยชน์ให้ว่าอาจจะเป็นเด็กต่างด้าว ฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่อง แต่ครั้นถึงเวลาไปจับขาให้นั่งพับเพียบ ก็ยังนั่งไม่เป็นอีก ก็เลยได้แต่เกาหัวตัวเอง ท้ายที่สุดก็เลิกสนใจว่าแถวจะออกมาดูดีดูงามหรือไม่ ? ขอให้ได้ถ่ายรูปไว้ก็แล้วกัน..!

    ครั้นมอบทุนการศึกษาเรียบร้อยแล้ว
    กระผม/อาตมภาพก็เตรียมตัวที่จะขึ้นแสดงพระธรรมเทศนาในวันวิสาขบูชา ด้วยความที่ว่าแก่จนหมดสภาพแล้ว จึงเรียกหายาจากญาติโยม แต่ปรากฏว่าคนได้ยินก็ไม่เอามาให้ คนที่ขอให้เอามาให้ก็ไม่ได้ยิน จึงต้องขึ้นธรรมาสน์ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ฉันยา ถ้าไม่ได้บารมีพระท่านสงเคราะห์ ก็คงไม่มีแม้แต่เสียงจะเทศน์..!

    ครั้นเทศน์ลงมาแล้ว ยังมีการเจริญพระพุทธมนต์ มีการรับถวายภัตตาหารสังฆทาน กว่าจะอปโลกน์ กว่าจะให้พรก็ประมาณ ๑๐ โมงเช้า กระผม/อาตมภาพให้น้องเล็ก (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) ไปเอาอาหารในโรงครัวมา บอกว่าจะรีบฉัน แล้วก็นอนพักสักหน่อย ไม่เช่นนั้นก็คงไม่มีปัญญาจะลงไปนั่งเป็นพระอุปัชฌาย์ บวชให้กับบรรดานาคทั้งหลายที่ตั้งใจมาบวชหมู่ในครั้งนี้..!

    ครั้นนอนภาวนาไปจนรู้สึกว่าเริ่มมีเรี่ยวแรงแล้ว จึงแต่งตัวลงไปยังอุโบสถ แต่ขอโทษเถอะ..บรรดานาคและญาติเร็วกว่าเสียอีก ลงไปยังไม่ทันจะเที่ยงดี ทุกคนก็พร้อมแล้ว แต่ว่านอกจากพระอุปัชฌาย์แล้ว ไม่มีพระมาแม้แต่รูปเดียว..! จึงเป็นความเฮงของกระผม/อาตมภาพ ที่ต้องให้ศีล ๕ แล้วหลังจากนั้น ก็ให้บรรดานาคทั้งหลายเริ่มทำการขานนาค

    เนื่องเพราะว่าขั้นตอนการบวชแรก ๆ นั้นอยู่ในความรับผิดชอบของพระอุปัชฌาย์แต่เพียงผู้เดียว จนกระทั่งบรรดานาคทั้งหลายรับกรรมฐานเสร็จ รับผ้ากาสาวพัสตร์ไป บรรดาพี่เลี้ยงถึงได้ทยอยกันมา แล้วก็พานาคไปแต่งเนื้อแต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วก็มารับสรณคมน์ และรับศีล ๑๐ เป็นเณร สรุปว่ากระผม/อาตมภาพอยู่ในลักษณะ One Monk Show ก็คือแทบจะแสดงคนเดียว อาศัยพึ่งพาใครไม่ได้เลย ยังนึกว่าทำไมวันนี้เหตุการณ์ถึงได้โหดนัก เหมือนอย่างกับตั้งใจจะซ้ำเติมก็ไม่ปาน..!

    จนกระทั่งบวชเสร็จทุกอย่าง ไม่เกินเที่ยงครึ่ง
    กระผม/อาตมภาพจึงได้มอบหมายภาระให้บรรดาพระภิกษุที่เหลือ บอกว่า "ช่วยรับฉันทะจากผม ลงอุโบสถทบทวนพระปาฏิโมกข์แทนด้วย" ตัวกระผม/อาตมภาพเองต้องเดินทางไปยังวัดโกรกกราก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อร่วมอธิษฐานจิตหล่อ "หลวงพ่อปู่" ไว้ประจำอุโบสถใหม่ ที่เพิ่งจะสร้างเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวัดโกรกกราก ซึ่งกระผม/อาตมภาพเองรับปากหลวงพ่อสัมฤทธิ์ - พระครูวิสุทธิ์สิทธิคุณ (สัมฤทธิ์ วิสุทฺธสีโล ป.ธ. ๔) เจ้าอาวาสวัดโกรกกราก รองเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาครเอาไว้ เพราะว่าเสียอ้อนวอนไม่ได้ เนื่องจากว่าท่านไม่เอาใครเลย บอกว่าท่านอื่นที่นิมนต์มาก็นิมนต์มาตามธรรมเนียมเท่านั้นเอง แต่ว่าต้องมีหลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน ไม่อย่างนั้นแล้ว "หลวงพ่อปู่" ท่านไม่ยอม..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,492
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,147
    ค่าพลัง:
    +26,939
    กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่เครียด..! เนื่องเพราะว่าภารกิจในวันวิสาขบูชามีตั้งแต่เช้ายันค่ำ ยังเหลือการวางผางประทีป ยังเหลือการตามประทีป แล้วก็มีการเวียนเทียนอีก แต่ว่าก็ต้องทิ้งงานมาให้ท่าน แล้วงานนี้ก็ไม่แน่ใจว่าสุขภาพจะเป็นอย่างไรบ้าง ? ตลอดเส้นทางที่ลงมา รถทั้งประเทศเหมือนกับแห่กันมาทองผาภูมิ..! ถนนหนทางก็โดนปิดเพื่อซ่อมจนเหลือเลนเดียว จนแทบจะต้องคลานตามกันไป แถมยังมีฝนตกเป็นระยะอีกต่างหาก ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะไปทัน ๕ โมงเย็น ตามที่นัดกับหลวงพ่อสัมฤทธิ์เอาไว้หรือไม่ ?!

    เนื่องเพราะว่าเส้นทางที่เคยไป จากทางด้านเจดีย์หัก จังหวัดราชบุรี แล้วก็ไปผ่านหน้าวัดเขาหลาว เข้าสู่ถนนพระราม ๒ นั้น วันนี้ "พี่กู" ไม่ยอมให้ไป น่าจะรถติดมาก จึงให้มาขึ้นทางด่วน M81 ที่ในตัวเมือง กว่าจะฟันฝ่ามาถึงได้ ก็แทบล้มประดาตาย ได้แต่นึกว่า "ทำไมวันนี้ทุกอย่างจึงดูเหมือนยากไปหมด ?" ทำท่าอย่างกับว่าตั้งใจทดสอบกำลังใจอย่างไรก็อย่างนั้น แต่กระผม/อาตมภาพเองก็ไม่ได้หนักใจ
    สภาพร่างกายไปได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น พูดง่าย ๆ ว่าพร้อมที่จะตาย ในเมื่อร่างกายยังไหวก็ใช้ต่อ ถ้าหากว่าพังก็ซ่อมแซม ซ่อมไม่ไหวอยากจะตายก็ตามใจมัน เพราะว่าไม่ได้รักใคร่ใยดีอะไรในตัวมันอยู่แล้ว..!

    ญาติโยมทั้งหลายอย่าได้ประมาท คิดว่าครูบาอาจารย์ยังแข็งแรงอยู่ วันนี้อดีตเจ้าอาวาส ก็คืออดีตพระสมุห์สมพงษ์ เขมจิตฺโต ท่านได้นำปัจจัยส่วนหนึ่งมาถวายเพื่อชำระหนี้สงฆ์ ยังบอกว่า "อาจารย์รู้สึกว่ายังแข็งแรงมากนะครับ ผมเองเตี้ยลงไปเกือบ ๕ เซ็นติเมตร..!" จึงได้บอกกับท่านว่า "คนแก่แล้วกระดูกเสื่อมก็ต้องเตี้ยลงเป็นธรรมดา โดยเฉพาะถ้าทำงานหนักแบบคุณ ส่วนผมไม่ได้ทำงานหนักมาก แม้จะเตี้ยลงสัก ๑ - ๒ เซ็นติเมตร คนก็ดูไม่ออก"

    ตรงนี้เห็นชัด ๆ ว่าสภาพร่างกายนี้เสื่อมโทรมลงไปทุกวัน ถ้าท่านยังประมาท คิดว่าครูบาอาจารย์ยังจะอยู่สงเคราะห์ท่านไปตลอด ก็เตรียมตัวเสียใจได้เลย เนื่องเพราะว่ากระผม/อาตมภาพนั้นมีวันนี้แค่วันเดียวมาโดยตลอด ไม่เคยคิดว่าจะมีวันพรุ่งนี้ ใครที่ประมาทคิดว่ากระผม/อาตมภาพจะมีวันพรุ่งนี้ ถึงเวลาก็คงจะต้องเจ็บช้ำน้ำใจตัวเอง และหลายท่านก็คงจะตำหนิตัวเอง ว่าเวลาครูบาอาจารย์อยู่ แนะนำอะไรก็ผ่านหูซ้ายทะลุหูขวา ถ้ารู้จักค้นคว้าเอาไว้ ก็คงไม่ต้องมาลำบากนั่นเอง..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันอาทิตย์ที่ ๓๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...