nอแรดน้ำผึ้ง/พระกริ่งอู่ทอง หล่อโบราณ ฝังพญาเหล็กวัดพุทไธสวรรย์

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย tee_tores, 3 พฤศจิกายน 2025.

  1. tee_tores

    tee_tores กะยิราเจ กะยิราเถนัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    12,297
    ค่าพลัง:
    +53,086
    No1203 / 3,500 บาท

    เทพจำแลงภมร เนื้อว่านสีขาวเพ้นท์สี ตะกรุดทองคำคู่มีกริ่ง (พิมพ์ใหญ่) ครูบากฤษณะ ด้านหลังฝังเหรียญพระพรหมมีโค๊ดและหมายเลขกำกับทุกองค์ ขนาด สูง 5 ซม. กว้าง 4 ซม. สร้างน้อย

    องค์นี้เหรียญพรหมหลุด

    วัตถุมงคลรุ่น " มหาเทพบันดาลโชค 2555"

    ครูบากฤษณะ อินฺทวณฺโณ

    สำนักสงฆ์เวฬุวัณ ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

    อธิษฐานจิตปลุกเสกเมื่อ วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2555

    วัตถุประสงค์ สมทบทุนสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ ภายในอาศรมสถานสวนพฤกษศาสตร์

    เมื่อพูดถึง "เทพจำแลงภมร" ภาพที่ผู้คนทั่วไปรู้จักกันดีคือ วัตถุมงคลประเภทหนึ่งที่มีรูปของเทพสององค์ในอิริยาบถหันหน้าเข้าหากัน ลักษณะลวดลายหากมองแบบผิวเผินละม้ายคล้ายผีเสื้อกำลังกางปีก บางชิ้นมีการเพนต์สีเพื่อให้เข้ากับลวดลาย บางชิ้นมีการฝังพลอยหรืออัญมณีมีค่าหลากชนิด หลายคนที่พบเห็นวัตถุมงคลแบบนี้เป็นครั้งแรก ต่างตั้งข้อสงสัยว่า "เทพจำแลงภมร" คืออะไร มีความหมายและพุทธคุณด้านใด หรือเป็นเพียงเครื่องประดับชิ้นหนึ่งเท่านั้นหามีพุทธคุณอันใดไม่

    "ครูบากฤษณะ อินทวัณโณ" สำนักสงฆ์เวฬุวัน บ้านคลองกระทิง ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ผู้สร้างวัตถุมงคล "เทพจำแลงภมร" ได้ให้คำตอบไว้ว่า มูลเหตุเกิดจากบางครั้งเราอาจพกพาพระเครื่องหรือรูปเคารพของพระพุทธเจ้าไปในสถานที่ที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นท่านจึงได้สร้างเครื่องรางประเภทหนึ่งขึ้นมา ตามศาสตร์วิชาเก่าแก่ที่ได้ร่ำเรียนมา

    เทพจำแลงภมร หมายถึง เปลี่ยนไปได้ เปลี่ยนมาได้ แล้วแต่จะให้เป็นอะไรหรือแล้วแต่ใจปรารถนา เทพสององค์ที่ปรากฏคือ พระพักตร์พระศิวะมหาเทพหันหน้าเข้าหาพระพักตร์พระแม่อุมาเทวี อันเป็นสื่อความหมายถึงความสมดุลของสรรพสิ่ง สำหรับการฝังมงคลต่างๆ ลงด้านหลังของเทพ เช่น เหรียญ หรือ พลอย ท่านกล่าวว่า นอกจากความตั้งใจให้เกิดตำหนิอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว การฝังพลอยลงไปก็เพื่อเป็นการเสริมให้วัตถุมงคลเหล่านั้นมีพลังจากดวงดาว อันเป็นการนำมงคลเข้าสู่ตัวของผู้บูชาตามหลักของโหราศาสตร์ ผู้ที่ได้บูชาจะบังเกิดแต่โชคลาภ ใช้ผลดีด้านความรัก เมตตามหานิยม ค้าขายดี พุทธคุณดีเลิศ พิเศษด้านหลังยังได้ฝังเหรียญพระพรหม ผู้สร้างโลก

    IMG_0726.jpeg IMG_0727.jpeg IMG_0730.jpeg IMG_0729.jpeg IMG_0728.jpeg IMG_0731.png
     
  2. tee_tores

    tee_tores กะยิราเจ กะยิราเถนัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    12,297
    ค่าพลัง:
    +53,086
    No1204 / 3,500 บาท

    ตะกรุดโทนหลวงพ่อเนียม วัดน้อย

    รับประกันแท้ ทุกสนาม

    IMG_0706.jpeg IMG_0707.jpeg IMG_0708.jpeg IMG_0709.jpeg IMG_0710.jpeg IMG_0711.jpeg
     
  3. tee_tores

    tee_tores กะยิราเจ กะยิราเถนัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    12,297
    ค่าพลัง:
    +53,086
    No1205 / 2,500 บาท


    IMG_0701.jpeg IMG_0705.jpeg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 สิงหาคม 2026 at 08:54
  4. tee_tores

    tee_tores กะยิราเจ กะยิราเถนัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    12,297
    ค่าพลัง:
    +53,086
    No1206 / 2,000 บาท

    พระพุทธเขี้ยวแกะ หลวงพ่อไซร้ วัดช่องลม

    พระทันตธาตุ(ฟัน) ฟันของ หลวงพ่อไซร้ วัดช่องลม อุตรดิตถ์. สมัยนั้น หลวงพ่อไซร้ จะมาถอนฟันที่ ร้านขอถอนฟันเก่าแก่แห่งหนึ่งใน จ.อุตรดิตถ์ เมื่อถอนเสร็จ หลวงพ่อไซร้ จะให้ หมอฟันนำฟันของหลวงพ่อไซร้ ไปให้ นายช่างบำรุง แซ่ตั้ง ที่ บ้านคอวัง ทำการแกะฟันของ หลวงพ่อไซร้ เป็นรูปพระ ศิลปะที่งดงาม หลังจากทำการแกะเสร็จ หลวงพ่อไซร้ ท่านก็จะมานำกลับไป ทำการปลุกเสก

    ฟันเขี้ยวแกะ เก่าสวยเดิมธรรมชาติ พบน้อยหายาก พุทธศีลป์เป็นลักษณะพระพุทธปรางค์สมาธิ งดงาม พุทธคุณโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม ค้าขายดี เฮงๆ

    IMG_0712.jpeg IMG_0713.jpeg IMG_0714.jpeg
     
  5. tee_tores

    tee_tores กะยิราเจ กะยิราเถนัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    12,297
    ค่าพลัง:
    +53,086
    IMG_0764.jpeg IMG_0765.jpeg IMG_0777.png IMG_0776.png IMG_0778.png IMG_0766.jpeg

    “เสือ” จัดเป็นสัตว์นักล่าที่มีความสง่างามในตัวเอง และดูน่าเกรงขาม โดยเฉพาะเสือขนาดใหญ่ จึงได้รับการยกย่องให้เป็น “ราชาแห่งสัตว์ป่า” และเป็น “เจ้าแห่งนักล่า” ตั้งแต่โบราณมา จึงมีความเชื่อกันว่า “เสือ” เป็นสัญลักษณ์แห่งพลังอำนาจและความน่าเกรงขาม โดยเฉพาะ “เสือโคร่ง” ซึ่งเป็นเสือที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ยิ่งวัฒนธรรมทางแถบเอเชียด้วยแล้ว

    ในโหราศาสตร์จีน ถือว่า “เสือ” เป็นหนึ่งใน 12 นักษัตร คือ "ปีขาล" เรียกในภาษาจีนว่า "โฮ่ว" นอกจากนี้ยังมี “ยันต์รูปเสือคาบดาบ” ที่นิยมติดตามหน้าบ้านหรือเหนือบานประตูหรือตามทางแยกต่างๆ โดยเชื่อว่าจะสามารถขับไล่ภูตผีปีศาจหรือสิ่งอัปมงคลต่างๆ ให้ออกไปได้

    คนจีนแถบ ฮกเกี้ยน และ กวางตุ้ง นับถือ “เสือ” ว่าเป็นเทพเจ้าแห่งขุนเขาและเจ้าป่า เป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญ เป็นเครื่องหมายของเพศชาย เป็นผู้มีร่างกายสง่างามด้วย อำนาจอันน่าเกรงขาม กล่าวกันว่าชาวจีนที่เกิดใน ‘ปีเสือ’ มักเป็นผู้นำ ในสมัยราชวงศ์ฮั่น เชื่อกันว่า “เสือโคร่ง” เป็นราชาแห่งสัตว์ทั้งหลาย กล่าวกันว่า เมื่อเสืออายุได้ 500 ปี ขนจะกลายเป็นสีขาว ซึ่งกลายเป็นเทพนิยายที่ว่า ‘เสือขาวจะปรากฏ เมื่อฮ่องเต้ทรงตั้งอยู่ในความยุติธรรม ทรงบริหารประเทศด้วยทศพิธราชธรรมมี ความสันติสุขไปทั่วทั้งปฐพี

    ในสมัยโบราณ ประเทศจีนทางตอนใต้ นิยมแขวนหรือประดับภาพเขียน “เสือโคร่ง” ตามกำแพงพระราชวังหรือตามบ้านเรือน โดยเชื่อว่า เป็นสัญลักษณ์หรือเครื่องรางของขลังที่สามารถป้องกันไฟ โจรผู้ร้าย และ ภูตผีปีศาจได้ ทั้งยังนับถือ “เสือโคร่ง” เป็น 1 ใน 4 เทพสัตว์ของจีน คือ มังกร หงส์ เต่า และ เสือโคร่ง ซึ่งเป็นเทพสัตว์ที่ประจำทั้งสี่ทิศ เทพเสือโคร่ง” หรือ “ฮ้อเอี๋ย” จะอยู่ประจำทิศตะวันตก

    สำหรับประเทศไทย “เสือ” มีความหมายโดยปริยายถึง บุคคลที่มีความเก่งกล้า กล้าหาญ หรือดุร้าย จะเห็นได้จากการให้คำขนานนาม เช่น ทหารเสือ, เสือป่า, เสือพราน หรือแม้กระทั่งคำนำหน้าของโจรร้ายในอดีต เช่น เสือดำ, เสือใบ, เสือมเหศวร เป็นต้น

    คนโบราณเชื่อกันว่า เสือเป็นสัตว์ที่มีพลังกำลังมาก ตบะเก่งกล้า มีฤทธิ์เดชมาก สามารถปราบผีหรือสิ่งเลวร้ายของชีวิตได้ และยังมีความสง่างาม ความจริงแล้วการใช้ประโยชน์จาก “เสือ” นั้น มีมาเนิ่นนาน อย่างเช่น พระฤาษีที่บวชตามป่าตามเขา ก็จะใช้หนังเสือมาเป็นเครื่องนุ่งห่ม หรือความเชื่อเกี่ยวกับ “การสักยันต์รูปเสือ” ที่มีมาแต่โบร่ำโบราณ เชื่อว่าจะทำให้ผู้สักมีอำนาจบารมี น่าเกรงขาม รวมทั้งด้านเสน่ห์เมตตามหานิยม หรือกลับร้ายกลายเป็นดี เช่น การสักยันต์เสือเผ่น ยันต์เสือเหลียวหลัง หรือ ยันต์เสือคู่ เป็นต้น

    พระเกจิอาจารย์หลายท่านก็มีการนำส่วนต่างๆ ของ “เสือ” มาสร้างเป็นวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลัง ไม่ว่าจะเป็น “หนังเสือ” อันหมายถึง ความเหนียว อยู่ยงคงกระพัน “หน้าผากเสือ” หมายถึง ศูนย์รวมอำนาจทั้งหมด “เขี้ยวเสือ” หมายถึง พลังอำนาจของเสือที่อยู่เหนือทุกสิ่ง “เล็บเสือ” มีไว้จะสมหวัง สามารถจิกอะไรก็ได้ รวมไปถึง ขนและหนวด ก็มีอำนาจสำแดงเดชได้เช่นกัน

    เมื่อนำมาปลุกเสกจากวิทยาอาคมแก่กล้าที่ร่ำเรียนมา ก็ยิ่งเพิ่มพูนอานุภาพเป็นทวีคูณ แต่จะเป็นการได้มาจากเสือที่ตายแล้วเท่านั้น เป็นของสะสมมาจากช่วงที่ออกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ เป็นเวลานานๆ หรือออกแสวงหาเป็นแรมเดือนแรมปี

    เครื่องรางของขลังจากพระเกจิชื่อดัง ที่ปัจจุบันค่อนข้างจะหาของแท้ๆ ยากมาก

    “เขี้ยวเสือ” หลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย, หลวงพ่อนก วัดสังกะสี, หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์, หลวงพ่อเฮงวัดเขาดิน จ.นครสวรรค์, หลวงพ่อมุม วัดนาสัก จ.ชุมพร, หลวงพ่อพัว เกสโร แห่งวัดบางเดือน จ.สุราษฎร์ธานี

    “ตะกรุดหนังหน้าผากเสือ” หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก, หลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้ว, หลวงปู่นาค วัดอรุณฯ, หลวงพ่อเที่ยง วัดพระพุทธบาทเขากระโดง, หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ, ตะกรุดหนังเสือ แกนไม้ หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม

    “เสือ” นั้น เรียกได้ว่ามีประโยชน์ไปทั้งตัวทั้งในด้านรูปธรรมและนามธรรมทีเดียว ด้าน “นามธรรม” ก็คือพลังอำนาจตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ส่วนในด้าน “รูปธรรม” นั้น ว่ากันว่าทุกส่วนของเสือมีประโยชน์ทั้งสิ้น กล่าวคือ อวัยวะของเสือสามารถกินได้หมด และการกินเสือมีมานานแล้ว มีการบันทึกในจีน 3,000 กว่าปีมาแล้ว กรณีนำชิ้นส่วนของเสือมาทำเป็นยาก็มีบันทึกระบุว่าอยู่ในสมัยราชวงศ์ฮั่น ประมาณ 2,000 ปี มาแล้ว ซึ่งปัจจุบันตำรับยาดังกล่าวได้ถูกประกาศยกเลิกมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2536
     

แชร์หน้านี้

Loading...